ไกรสิทธิ์ ชมภูงาม · ตัวแทนประกันชีวิต ใบอนุญาตเลขที่ 6701060645 088-983-8898 LINE @mtllife
ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)
สัญญาเพิ่มเติม สัญญาเพิ่มเติม สุขภาพ

ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)

Lite ให้ชีวิตเบาสบาย คุ้มครองจัดเต็ม เลือกได้ตามใจ จ่ายง่ายได้ครบ

ต้องซื้อพร้อมประกันชีวิตหลัก

แบบนี้เป็น “สัญญาเพิ่มเติม” ซื้อเดี่ยวไม่ได้ ต้องแนบกับกรมธรรม์ประกันชีวิตหลัก ค่าเบี้ยที่ชำระจริง = เบี้ยแบบหลัก + เบี้ยสัญญาเพิ่มเติมนี้

แบบหลักที่นิยมใช้คู่กัน: เมืองไทย สมาร์ท โพรเทคชั่น 99/20, เมืองไทย แฮปปี้ รีเทิร์น 99/7, เมืองไทย ซุปเปอร์ เซฟเวอร์ 25/16

อายุรับประกัน
30 วัน – 90 ปี

จุดเด่น

  • สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 90 ปี ดูแลยาวถึงอายุ 99 ปี
  • คุ้มครองเต็มแม็กซ์ ทั้งโรคมะเร็ง โรคไต โรคร้ายแรง โรคทั่วไป โรคระบาด และอุบัติเหตุ
  • ­ดูแลค่าห้อง สูงสุด 4,000 บาทต่อวัน*
  • ไหวแค่ไหน เลือกจ่ายแค่นั้น ด้วยการเลือกแผนความคุ้มครองเหมาจ่ายตั้งแต่บาทแรกหรือเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยถูกลง ด้วยการเลือกความคุ้มครองแบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) หรือแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment)
  • เลือกพลัสความคุ้มครองเสริมได้ตามต้องการ ความคุ้มครอง แคร์ พลัส (Care Plus), การรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD), ความคุ้มครองการคลอดบุตร พลัส (Maternity Plus) และสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus)
  • MTL Smile Hospital Network สถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษ เพิ่มความคุ้มครอง ช่วยลดโอกาสการชำระค่าใช้จ่ายส่วนเกิน บริการที่มั่นใจและรวดเร็ว จากสิทธิประโยชน์ สบายใจค่าห้อง, มั่นใจก่อนผ่าตัด,
    ได้ราคาพิเศษ และ บริการ Health Buddy

ความคุ้มครอง

ตารางผลประโยชน์ของสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ ไลต์
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์หมวดที่ 1 - 8 และ 12 - 13 รวมทุกรายการสูงสุดต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง หลังหักความรับผิดส่วนแรก (ถ้ามี) ไม่เกินผลประโยชน์สูงสุด และความรับผิดส่วนแรกตามแผนความคุ้มครอง

ผลประโยชน์/ Benefit

ผลประโยชน์ (บาท)

1. ผลประโยชน์กรณีผู้ป่วยใน

หมวดที่ 1 ค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง เมื่อรวมการรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤต แล้วไม่เกิน 180 วัน

หมวดย่อยที่ 1.1 ค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน)

ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

2,000 หรือ 4,000 ต่อวัน
(ขึ้นอยู่กับแผนความคุ้มครอง)

หมวดย่อยที่ 1.2 ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้รับการรักษาตัวในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (Intensive Care Inpatient Room) จะจ่ายค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง สูงสุดไม่เกิน 60 วัน

จ่ายตามจริง

หมวดที่ 2 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยหรือบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

หมวดย่อยที่ 2.1 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 2.2 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต และค่าบริการทางการพยาบาล

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 2.3 ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 2.4 ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (เวชภัณฑ์ 1) สำหรับกลับบ้าน สูงสุดไม่เกิน 14 วัน

20,000 บาท

หมวดที่ 3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) ตรวจรักษา ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน

2,000 หรือ 4,000 ต่อวัน
(ขึ้นอยู่กับแผนความคุ้มครอง)

หมวดที่ 4 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และหัตถการ ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

หมวดย่อยที่ 4.1 ค่าห้องผ่าตัด และค่าห้องทำหัตถการ

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 4.2 ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด ค่าเวชภัณฑ์ และค่าอุปกรณ์
การผ่าตัดและหัตถการ

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 4.3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทำศัลยกรรมและหัตถการ สำหรับแพทย์ทำศัลยกรรม และหัตถการ (รวมแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด) (Doctor fee)

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 4.4 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม วิสัญญีแพทย์ (Doctor fee)

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 4.5 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ

จ่ายตามจริง

หมวดที่ 5 การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery)

จ่ายตามจริง

2. ผลประโยชน์กรณีไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

หมวดที่ 6 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในหรือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

หมวดย่อยที่ 6.1 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน 30 วันก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

จ่ายตามจริง

หมวดย่อยที่ 6.2 ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในต่อครั้ง สำหรับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ภายใน 30 วันหลังจากออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น (ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย)

จ่ายตามจริง

หมวดที่ 7 ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอก ภายใน 24 ชั่วโมงของการเกิดอุบัติเหตุต่อครั้ง

จ่ายตามจริง

หมวดที่ 8 ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน แต่ละครั้ง

ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง

จ่ายตามจริง

หมวดที่ 9 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคไตวายเรื้อรัง โดยการล้างไตผ่านทางเส้นเลือด
ต่อรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย

ไม่คุ้มครอง

หมวดที่ 10 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคเนื้องอกหรือมะเร็ง
โดยรังสีรักษา รังสีร่วมรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษา ต่อรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย

ไม่คุ้มครอง

หมวดที่ 11 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยเคมีบำบัด
ต่อรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย

ไม่คุ้มครอง

หมวดที่ 12 ค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน

จ่ายตามจริง

หมวดที่ 13 ค่ารักษาพยาบาล โดยการผ่าตัดเล็ก

จ่ายตามจริง

การมีส่วนร่วมจ่าย

ความรับผิดส่วนแรก (ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง)
สำหรับผลประโยชน์ในหมวดที่ 1 - 8 และ 12 - 13

ตามแผนความคุ้มครอง

ค่าใช้จ่ายร่วม (หลังหักความรับผิดส่วนแรก ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง)
สำหรับผลประโยชน์ในหมวดที่ 1 - 8 และ 12 - 13 (บริษัทประกันภัย : ผู้เอาประกันภัย)

ตามแผนความคุ้มครอง

ผลประโยชน์สูงสุดต่อปีกรมธรรม์

ไม่มี

หมายเหตุ

ผลประโยชน์สูงสุด
(Limit)

หมายถึง

ผลประโยชน์สูงสุดที่บริษัทจะจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยเป็นผลประโยชน์ หมวดที่ 1 - 8 และ 12 - 13 รวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริง หลังหักความรับผิดส่วนแรก และค่าใช้จ่ายร่วม (ถ้ามี) แล้ว ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง

ความรับผิดส่วนแรก
(Deductible)

หมายถึง

ความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของสัญญาประกันภัย ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง

ค่าใช้จ่ายร่วม
(Copayment)

หมายถึง

ความรับผิดระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัยที่ต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล อันจะพึงจ่ายตามจำนวนเงินผลประโยชน์ภายหลังหักจำนวนความรับผิดส่วนแรก (ถ้ามี)

ค่าใช้จ่ายที่ได้รับ
ความคุ้มครอง

หมายถึง

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอันจะพึงจ่ายตามจำนวนเงินผลประโยชน์ ภายหลังหักจำนวนความรับผิดส่วนแรก (ถ้ามี) และ/หรือหักค่าใช้จ่ายร่วม (ถ้ามี) ตามที่ระบุในสัญญาเพิ่มเติม

ข้อตกลงคุ้มครอง
ในขณะที่สัญญาเพิ่มเติมนี้มีผลคุ้มครอง หากผู้เอาประกันภัยได้รับการบาดเจ็บหรือการป่วยเมื่อพ้นระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (waiting period) เป็นเหตุให้มีความจำเป็นทางการแพทย์ให้ต้องรับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลตามความจำเป็นทางการแพทย์และมาตรฐานทางการแพทย์ตามค่าบริการอัตราทั่วไป สำหรับรายการผลประโยชน์ดังต่อไปนี้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินจำนวนผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในหน้าตารางผลประโยชน์ของสัญญาเพิ่มเติมนี้ หรือบันทึกสลักหลัง (ถ้ามี)

1. ผลประโยชน์กรณีเป็นผู้ป่วยใน
ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ ดังนี้

หมวดที่ 1 ค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ต่อการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ครั้งใดครั้งหนึ่ง
หมวดย่อยที่ 1.1
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน)
หมวดย่อยที่ 1.2 กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (Intensive Care Inpatient Room) บริษัทจะจ่ายเงินผลประโยชน์สำหรับค่าห้องและค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) สูงสุดไม่เกิน 60 วัน

หมวดที่ 2 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยหรือบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยหรือบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ขณะที่ผู้เอาประกันภัยเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ดังนี้

ห มวดย่อยที่ 2.1 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับ ค่าตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ค่าตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาและภาพการแพทย์ ค่าบริการรังสีร่วมเพื่อการวินิจฉัย ค่าบริการเวชศาสตร์นิวเคลียร์
เพื่อการวินิจฉัย ค่าตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า ค่าแพทย์อ่านผลตรวจวินิจฉัยดังกล่าว (ถ้ามี) และค่าบริการทางการแพทย์อื่นเพื่อการตรวจวินิจฉัย
หมวดย่อยที่ 2.2 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต และค่าบริการทางการพยาบาล
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อบำบัดรักษาในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้รับการรักษาพยาบาลด้วยรังสีร่วมเพื่อการรักษา รังสีรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อการรักษา (รวมถึงการฝังแร่)ค่ากายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด ค่าบริการโลหิต ค่าบริการเครื่องมือแพทย์ ค่าบริการกายอุปกรณ์ (ไม่รวมค่าอุปกรณ์) ค่าบริการชุดเหมาจ่ายการรักษาพยาบาลบำบัดการรักษา และค่าบริการทางการพยาบาล แต่ไม่รวมถึงค่าบริการทางการพยาบาลเฝ้าไข้พิเศษ
หมวดย่อยที่ 2.3 ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ แต่ไม่รวมถึงค่าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ ดังนี้
- เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator: AED)
เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibrillator) หรือเครื่องกระตุ้น (Pacemaker) ที่อยู่ภายนอกร่างกาย
- อวัยวะเทียมภายนอกร่างกาย กายอุปกรณ์ อุปกรณ์เทียม
- เวชภัณฑ์คงทนใช้ภายนอกร่างกาย (เวชภัณฑ์ 2) เช่น เครื่องมือทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์คงทน
เครื่องช่วยฟัง แว่นตา คอนแทคเลนส์ เลนส์แว่นตา เครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ออกซิเจน
เครื่องวัดสัญญาณชีพ (ชีพจร ความดันเลือด อุณหภูมิ) เครื่องช่วยค้ำยันต่างๆ รถเข็นผู้ป่วย
- อวัยวะเทียม เช่น แขนเทียม ขาเทียม ตาเทียม
หมวดย่อยที่ 2.4 ค่ายาและค่าเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (เวชภัณฑ์ 1) สำหรับกลับบ้าน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ายาและเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (เวชภัณฑ์ 1) สำหรับกลับบ้าน เพื่อใช้รักษาต่อเนื่องหลังออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น

หมวดที่ 3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) ตรวจรักษา
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) เพื่อการตรวจรักษา ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ในขณะที่เข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลนี้

หมวดที่ 4 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และหัตถการ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และทำหัตถการในขณะที่ผู้เอาประกันภัยต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล
หมวดย่อยที่ 4.1 ค่าห้องผ่าตัด และค่าห้องทำหัตถการ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าห้องผ่าตัด ค่าห้องทำหัตถการ และค่าบริการเครื่องมือทางการแพทย์ในห้องผ่าตัดและห้องทำหัตถการ
หมวดย่อยที่ 4.2 ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด ค่าเวชภัณฑ์ และค่าอุปกรณ์การผ่าตัดและหัตถการ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด ค่าเวชภัณฑ์ และค่าอุปกรณ์ในห้องผ่าตัดที่ใช้เพื่อทำการผ่าตัด(ศัลยกรรม) หรือหัตถการ
หมวดย่อยที่ 4.3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทำศัลยกรรมและหัตถการ สำหรับแพทย์ทำศัลยกรรม และหัตถการ(รวมแพทย์ผู้ ช่วยผ่าตัด) ( Doctor fee)
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าธรรมเนียมในการศัลยกรรมและการทำหัตถการของแพทย์และแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด (ถ้ามี) ตามที่แพทย์หรือแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดเรียกเก็บจริง
หมวดย่อยที่ 4.4 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม วิสัญญีแพทย์ ( Doctor fee)
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าผู้ประกอบวิชาชีพวิสัญญีแพทย์ สำหรับแพทย์วางยาสลบหรือระงับความเจ็บปวด ในการผ่าตัดและการทำหัตถการของแพทย์
หมวดย่อยที่ 4.5 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัดเปลี่ยน อวัยวะ
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ตับ ตับอ่อน ไตหัวใจ ปอด โดยมีสาเหตุจากการที่อวัยวะนั้นอยู่ในระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถกลับมาทำงานได้ดังเดิม และการปลูกถ่ายไขกระดูกด้วยการใช้ Haematopoietic Stem Cells ภายหลังการทำ Bone Marrow Ablation

หมวดที่ 5 การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ( Day Surgery)
กรณีผู้เอาประกันภัยได้เข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์เสมือนการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาล

2. ผลประโยชน์กรณีไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

หมวดที่ 6 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ดังนี้
หมวดย่อยที่ 6.1 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน 30 วันก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับ ค่าตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ค่าตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาและภาพการแพทย์ ค่าบริการรังสีร่วมเพื่อการวินิจฉัย ค่าบริการเวชศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อการวินิจฉัยตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า ค่าแพทย์อ่านผลตรวจวินิจฉัยดังกล่าว (ถ้ามี) และค่าบริการทางการแพทย์อื่นเพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน 30 วัน ก่อนหรือหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น
หมวดย่อยที่ 6.2 ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน สำหรับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ภายใน 30 วันหลังจากออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ครั้งนั้น
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาล ที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล ภายใน 30 วันหลังออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
ทั้งนี้ ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยครั้งนั้น

หมวดที่ 7 ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอก ภายใน 24 ชั่วโมง ของการเกิดอุบัติเหตุต่อครั้ง
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาล การบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล สำหรับการบาดเจ็บซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุบัติเหตุ ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง

หมวดที่ 8 ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู ค่าบริการกายภาพบำบัด ค่าบริการกิจกรรมบำบัดค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัด ค่าเครื่องมือและเวชภัณฑ์ สำหรับการรักษาต่อเนื่องในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล หลังออกจากการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
ทั้งนี้ไม่รวมถึงจิตวิทยาคลินิก

หมวดที่ 12 ค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้เอาประกันภัยไปหรือมาจากโรงพยาบาล ตามความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องใช้รถพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน รวมถึง ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์และค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่เกิดขึ้นในขณะอยู่ในรถพยาบาลฉุกเฉิน โดยต้องเกี่ยวเนื่องโดยตรงและสอดคล้องกับการบาดเจ็บหรือการป่วยอันเป็นเหตุของการเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในของโรงพยาบาล

หมวดที่ 13 ค่ารักษาพยาบาล โดยการผ่าตัดเล็ก
บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลการบาดเจ็บหรือการป่วย โดยการผ่าตัดเล็ก

รายละเอียดผลประโยชน์ในประกาศคำสั่งนี้ เป็นเพียงการสรุปโดยย่อเท่านั้น ซึ่งการพิจารณาจ่ายผลประโยชน์ในกรณีต่างๆ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครอง คำจำกัดความ และข้อยกเว้น ตามสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ ไลต์

เกณฑ์การรับประกัน

ลักษณะและเงื่อนไขของแบบประกันภัย

1. อายุเริ่มของผู้ขอเอาประกันภัย

30 วัน – 90 ปี และความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี (แต่ไม่เกินความคุ้มครองของกรมธรรม์หลัก)

หมายเหตุ ผู้ขอเอาประกันภัยอายุ 30 วัน - 10 ปี ไม่สามารถซื้อแผนความคุ้มครองที่ ไม่มีความรับผิดส่วนแรกและไม่มีส่วนร่วมจ่าย ได้

2. การชำระเบี้ยประกันภัย

รายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน และรายเดือน (เป็นไปตามกรมธรรม์หลัก)

ทั้งนี้ จำนวนเบี้ยประกันภัยรายงวดของทั้งกรมธรรม์ไม่ต่ำกว่า 200 บาท

3. กลุ่มอาชีพที่รับประกันภัย

กลุ่มอาชีพ 1, 2 และ 3

4. การตรวจสุขภาพ

เป็นไปตามระเบียบการตรวจสุขภาพของแบบประกันภัยหลัก

5. การซื้อแนบท้าย

1. ผู้ขอเอาประกันภัยสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ (D Health) หรือสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ (N) หรือสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ พลัส หรือสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ ไลต์ ได้มากกว่า 1 สัญญา โดยผลประโยชน์สูงสุดต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง รวมทุกสัญญา และรวมทุกช่องทางการขายแล้วจะต้องไม่เกิน 5,000,000 บาท ต่อผู้ขอเอาประกันภัยแต่ละคน
ทั้งนี้ ผลประโยชน์สูงสุดที่ใช้ในการพิจารณาให้นับรวมทั้งประเภทสามัญ และ ILP

2. สัญญาเพิ่มเติมนี้สามารถซื้อแนบท้ายได้ทั้งกรมธรรม์ใหม่ และกรมธรรม์เดิม รวมถึงสัญญาตะกาฟุล ทั้งนี้ เงื่อนไขของแบบประกันภัยหลัก/สัญญาตะกาฟุลที่สัญญาเพิ่มเติมนี้สามารถแนบท้ายได้มีดังนี้
2.1 แบบประกันภัยหลัก/สัญญาตะกาฟุลจะต้องมีจำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ/จำนวนเงินหลักประกันตะกาฟุลขั้นต่ำ ตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป ทั้งนี้ ให้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของจำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ/จำนวนเงินหลักประกันตะกาฟุลขั้นต่ำ ของแต่ละแบบประกันภัย/สัญญาตะกาฟุล
2.2 ระยะเวลาเอาประกันภัย/ระยะเวลาของสัญญาตะกาฟุลนับแต่วันที่ขอเอาประกันต้องมากกว่า 1 ปีขึ้นไป
กรณีการซื้อแนบท้ายกรมธรรม์เดิม บริษัทกำหนดให้ตรวจสุขภาพทุกราย ยกเว้นกรณีที่ผู้ขอเอาประกันภัยขอซื้อสัญญาเพิ่มเติมนี้ ภายใน 1 ปี หลังจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ โดยกรมธรรม์เดิมใช้ใบคำขอเอาประกันชีวิตชนิดมีคำถามสุขภาพอย่างละเอียด และบริษัทรับประกันแบบมาตรฐาน สามารถขอซื้อได้โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพอย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 กรณี บริษัทอาจขอเอกสารทางการแพทย์เพิ่มเติมได้

3. ผู้ขอเอาประกันภัยสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ ไลต์ แนบกับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพอื่นๆ ได้อีกดังต่อไปนี้
  1. สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพประเภท 1 ตามคำสั่งที่ 1/2568 เรื่อง ปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับประกันกลุ่มสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ครั้งที่ 1/2568 โดยหลักเกณฑ์ในการซื้อเป็นไปตามตารางการซื้อสุขภาพประเภท 1 เพียงประเภทเดียว
  2. สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพประเภท 2 ตามคำสั่งที่ 1/2568 เรื่อง ปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับประกันกลุ่มสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ครั้งที่ 1/2568 โดยหลักเกณฑ์ในการซื้อเป็นไปตามตารางการซื้อควบสุขภาพประเภท 1 และประเภท 2
  3. บันทึกสลักหลัง ความคุ้มครองการคลอดบุตร พลัส (Maternity Plus)
  4. บันทึกสลักหลัง สุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus)
  5. สำหรับการซื้อสัญญาเพิ่มเติมอื่นๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์

6. การพิจารณาจ่ายสินไหม

บริษัทจะพิจารณาจ่ายสินไหมของสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบ ดี เฮลท์ ไลต์ จากใบเสร็จรับเงินฉบับจริงเท่านั้น ไม่สามารถใช้สำเนาใบเสร็จได้

7. การเปลี่ยนแปลงสัญญาเพิ่มเติม

สำหรับผู้ขอเอาประกันภัยที่มีสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพอยู่แล้ว และมีความประสงค์จะยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมที่มีอยู่และซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพตามคำสั่งนี้ จะต้องมีการพิจารณารับประกันภัยใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด

ข้อควรระวัง :
การซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพใหม่ จะต้องมีการเริ่มต้นของระยะการรอคอยใหม่ และโรคที่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้จากสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพที่มีอยู่ หากเป็นโรคเรื้อรังก็จะไม่สามารถเรียกร้องได้จากสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพใหม่ เนื่องจากจะถือเสมือนว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นก่อนสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพมีผลบังคับ

8. การชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิต

อนุญาต ให้ชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตและ
อนุญาต ให้ชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัญชีบัตรเครดิต (CCP)

ข้อมูลสรุปจากเอกสารของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น เงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

แบบประกันที่เกี่ยวข้อง

ประกันชีวิตหลัก คำนวณเบี้ยได้

เมืองไทย ไลฟ์ไทม์ โพรเทคชั่น (โครงการเมืองไทย ยิ้มสู้โรคร้าย)

เตรียมความพร้อม เพื่อยิ้มสู้ กับโรคร้ายล่วงหน้า ด้วยแบบประกัน ที่คุ้มครองชีวิต หรือโรคร้ายแรง

อายุรับประกัน
1 ปี – 65 ปี
ดูรายละเอียด
สัญญาเพิ่มเติม

การรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)

เจ็บเล็กเจ็บน้อยแค่ไหนก็ไม่หวั่น เพราะเพิ่มเติมความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอกให้

ต้องซื้อพร้อมประกันชีวิตหลัก

อายุรับประกัน
6 ปี – 80 ปี
ดูรายละเอียด